วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ทรงเมตตาบ่าวเหลือเกิน

     จากการพลาดการฉีดยากระตุ้นไข่ในคราวก่อน อุมมีก็ทำใจและบอกกับตัวเองว่า ไม่เป็นไรเอาใหม่ ช้าไปอีกเดือนทนได้  ก็ยอมซื้อยาฮอร์โมนมาทานเอง (หลังจากที่ได้โทรถามพยาบาลแล้วว่าทำได้หรือไม่)  ก็เริ่มทานมา 10 วัน จนยาหมดวันที่ 24 พ.ย.54 นี้ เราก็ประมาณการไว้เลยว่า วันจันทร์ที่ 28 พ.ย.54 นี้ ประจำเดือนต้องมาแน่ ๆ ก็โทรนัดหมอเลยว่า จะเข้าตรวจวันจันทร์ จะได้ไปรับยาฉีกกระตุ้นไข่มาฉีด พอวันที่ 27 ประจำเดือนก็ไม่มา  28 เช้าประจำเดือน ก็ไม่มา เอ้เป็นอะไรหว่าเรา รอจนบ่าย ไม่มา เลยโทรเลื่อนนัดหมอ พยาบาลบอกไม่เป็นไร ประจำเดือนมาเมื่อไหร่ค่อยโทรมานัด

      คืนวันจันทร์ความที่อยากให้ประจำเดือนมาเพราะมันคลาดเคลื่อนมาเกือบ 2 วัน ผิดปกติ จนประจำเดือนก่อนมาในเวลา ตี2 (อุตส่าห์ตื่นมาดู)  ก็ดีใจ ขอบคุณอัลลอฮฺ เช้ามาก็รีบเดินทางไปหาหมอพร้อมอบี  ใจก็ตื่นเต้น ไปลงทะเบียนพบหมอผิดแผนก กว่าแฟ้มจะมาที่ คลินิคมีบุตรยาก ปาเข้าไป 9 โมงเช้า จนหมอจะไม่รอ เพราะหมอมีเคส OR

      สุดท้ายก็มาวินาที่สุดท้าย  คุณหมอเรียกเข้าไปคุย ว่า การรักษาครั้งต่อไปคือต้องมาตรวจเลือดวันที่ 1 ธ.ค.54  อีกทีเพราะวันนี้มันเร็วไป ยังตรวจไม่รู้ระดับ ฮอร์โมน และนัดวันมาอัลตราซาวน์วันที่ 6 และเก็บไข่วันที่ 11 ธ.ค. 54 และเก็บน้ำเชื่อ อบีวันที่ 12 ธ.ค.54  อุมมีก็แปลกใจ ไม่เห็นหมออธิบายเรื่องการฉีดยาเลย แล้วหมอก็บอกเรียบร้อย แล้วก็ลาออกไปตรวจคนไข้อื่นต่อ

      อุมมีกะอบี ก็เดิน งง งง ออกมา หาพยาบาล พี่พยาบาลก็มาอธิบายให้ฟังว่า Case ของเราไม่ต้องใช้ยาฉีด จะใช้การเก็บไข่เลย อาจจะมีการใช้ยา แต่เป็นการสุ่ม จากการที่เราเข้าโครงการวิจัยการรักษาเรื่องมีบุตรยากของคนป่วยโณค PCOS อย่างเรา  เราก็ งง งง แต่ก็รับวันนัดตามที่เค้ากำหนด นี่สรุปว่าเราไม่ต้องฉีดยา แล้วจะได้ผลหรือ  พยาบาลบอก ฉีดหรือไม่ฉีด ไม่ค่อยมีผลเท่าไรกับคนป่วยโรคอย่างเรา เพราะเหมือนว่าไข่ตกมากอยู่แล้วมั้ง แต่ไม่ค่อยโต ไรประมาณนั้น   แล้วก็สงเอกสารให้เอาไปอ่านทำความเข้าใจ รายละเอียดของโครงการวิจัยนี้ เซ็นแล้วเอามาคืนวันที่ 1 ธ.ค.54  เค้าบอกแต่ว่าประหยัดค่าใช้จ่าย 

      พอออกมาจากคลินิค ก็มาทานข้าวกันอับอบี  อุมมีก็อ่านรายละเอียดไป เรื่อย ๆ ในนั้นบอกว่าประหยัดค่าใช้จ่ายไป 20,000 - 50,000  บาท ว้าว แล้วเราต้องจ่ายเองเท่าไรเนี่ย อ่านไปมาก็เจอ สรุปค่าใช้จ่ายว่าเราต้องจ่ายเองเพียงประมาณ 26,000  บาท   อัลฮัมดุลิลลาฮฺ อัลลอฮฺทรงเมตตาบ่าวเหลือเกิน  และมิหนำซ้ำ ถ้าครั้งแรกไม่สำเร็จก็รักษาต่อได้เลย โดยค่ายาก็ไม่เสียเหมือนเดิม แต่ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องออกเองนั้นจะเหมือนเดิมรึป่าว

     แต่แค่นี้ อุมมี ก็ดีใจจนบอกไม่ถูกแล้วว่า พระองค์ทรงเมตตาเราเหลือเกิน อย่างน้อยก็เพิ่มโอกาสการรักษาให้มีมากขึ้น หากพระองค์จะประสงค์จะให้มีหรือไม่มี จะให้เราได้เจอกันหรือไม่ อุมมีและอบี ก็พร้อมยอมรับได้  นั่นคือพระประสงค์ของพระองค์ ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว