วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

หาความรู้เรื่องโรค PCOS

รังไข่ทำงานผิดปกติ แบบกลุ่มอาการ PCOS
      ระวังภัยเงียบของสตรีที่มีน้ำหนักมากและประจำเดือนมาไม่ปกติ
โดย พล.รศ.นพ.ธีรศักดิ์  ธำรงธีระกุล  และทีมแพทย์ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช
PCOS คืออะไรPCOS ย่อมาจาก Polycystic Ovarian Syndrome (บางทีก็เรียก  PCOD  ย่อมาจาก Polycystic Ovarian Disease)  เป็นกลุ่มอาการหรือโรคที่พบบ่อยในสตรีอย่างหนึ่ง 
อาการประกอบไปด้วย 
ประจำ เดือนมาไม่ปกติ  ขาดประจำเดือนนานๆ  เป็นอย่างแรก (เกิดจากไม่มีการตกไข่หรือตกไข่ผิดปกติ ไม่สม่ำเสมอ)   น้ำหนักมาก (อ้วน) เป็นอย่างที่สอง  มีขนดกกว่าปกติที่ใบหน้า ร่องอก และท้องน้อย เป็นอย่างที่สาม

ที่ บอกว่าพบมากเพราะพบได้ใน  5-10% ของสตรีวัยเจริญพันธุ์  ที่บอกว่าเป็นภัยเงียบก็เพราะมันอาจจะทำให้เกิดโรคเรื้อรังและร้ายแรง บางอย่าง( ซึ่งาจะกล่าวต่อไป )

โรค นี้พบกันมาตั้งแต่ปี 1930 โดยสูตินรีแพทย์ชาวเยอรมัน  2 ท่าน นามสกุล Stein และ Leventhal อธิบายผู้ป่วยสตรีที่มีอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ อ้วน และมีขนดก พร้อมกับตรวจพบลักษณะของรังไข่มีความผิดปกติจำเพาะตัว และไข่ไม่ตกเรื้อรัง

สตรีที่จะมาปรึกษาแพทย์ด้วยปัญหา  2 ประการเป็นส่วนใหญ่  คือ

1. หลังจากผ่านวัยรุ่นมานานแล้ว ประจำเดือนไม่มา  หรือหลาย ๆ เดือนมาครั้งหนึ่ง  หรือประจำเดือนมาไม่แน่นอน  หรือมาคราวละนาน ๆ และมามากจนซีดโลหิตจาง

2. แต่งงานนานแล้วไม่ตั้งครรภ์ อาจมี หรือ ไม่มีอาการในข้อ  1 ร่วมด้วย

PCOS เกิดขึ้นได้อย่างไร


ตาม ธรรมดาสตรีวัยเจริญพันธุ์  (อายุ  18-40 ปี) ควรจะมีการตกไข่ของรังไข่สม่ำเสมอทุกเดือน (ทุก 28+ 7 วัน)  ช่วงก่อนตกไข่เป็นครึ่งแรกของรอบประจำเดือน  รังไข่จะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนมากระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูก (หลังจากหลุดลอกไปจากการมีประจำเดือน)  ให้เจริญงอกงามหนาตัวขึ้น 

พอ ช่วงหลังการตกไข่ ในครึ่งหลังของรอบประจำเดือน  รังไข่จะสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนขึ้นมาด้วย  ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญมาก่อนหน้านี้มีความสมบูรณ์พร้อมรับการฝังตัว และเจริญเติบโตของตัวอ่อนในครรภ์  ถ้ามีการตั้งครรภ์  รังไข่จะทำงานต่ออีกจนถึง  7-10 สัปดาห์  จากนั้นก็หยุดทำงาน  ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรกทำงานต่อไป 

ถ้ามีไข่ตกแต่ไม่มีการตั้ง ครรภ์  รังไข่จะทำงานต่อหลังไข่ตกประมาณ  10-12  วัน ก็หยุดสร้างฮอร์โมน  หลังจากนั้น  2-3  วันเยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดลอกออกมาพร้อมเลือดเป็นประจำเดือน

ถ้า ไม่มีการตกไข่  รังไข่จะไม่มีการสร้างโปรเจสเตอโรน  มีแต่เอสโตรเจน  เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะเจริญขึ้นไปเรื่อย ๆ ถ้าถุงไข่ฝ่อตัวเมื่อไรก็ทำให้เอสโตรเจนหมด  เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดลอกออกมาเหมือนกัน  แต่ถ้าถุงไข่ค่อย ๆ โตช้า ๆ ไม่เรื่อย ๆ หรือ โตอยู่กับที่นาน ๆ ฮอร์โมนเอสโตรเจนก็ออกมาน้อย ๆ ช้า ๆ  เยื่อบุโพรงมดลูกไม่หลุดลอกออกมา ก็จะไม่มีประจำเดือน 

ถ้าระหว่าง นั้นมีการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้น ๆ ลง ๆ ก็จะมีการหลุดลอกเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นช่วง ๆ ทำให้มีลักษณะเลือดออกกะปริดกะปรอยไม่แน่นอน  หรือถ้าเยื่อบุโพรงมดลูกถูกกระตุ้นจนหนามากเกิน  มันก็จะหลุดลอกออกมาเองเหมือนน้ำล้นถ้วย  ลักษณะเลือดประจำเดือนก็จะออกมาแบบมากและนาน  จะเห็นว่าถ้ามีการตกไข่สม่ำเสมอ  ประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอ  แต่ถ้าไม่ตกไข่ ประจำเดือนอาจจะมาเป็นแบบใดก็ได้

เรา กลับมาดูโรคหรือกลุ่มอาการ PCOS เราตรวจพบว่าที่รังไข่แทนที่จะมีถุงไข่เพียง 1 ถุงโตขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ไข่ตกในแต่ละเดือนสลับข้างกันในรังไข่แต่ละข้าง กลับพบว่าในรังไข่แต่ละข้าง มีถุงไข่เล็ก ๆ เต็มไปหมด  ไม่มีถุงไข่ถุงไหนจะเจริญจนถึงการตกไข่  เมื่อทำ ultrasound ก็จะพบเป็นถุงเล็กๆ ใต้ผิวรังไข่  รังไข่เองก็จะโตกว่าปกติเล็กน้อย  จึงเป็นที่มาของคำว่า Polycystic (Poly =  มาก, Cyst = ถุง)


เรา พบอีกว่าสตรีที่เป็นโรคนี้  รังไข่และต่อมหมวกไต  จะสร้างฮอร์โมนเพศชายมากกว่าปกติในร่างกาย  จึงทำให้มีขนบริเวณใบหน้า  ร่องอก  และท้องส่วนล่างออกมาหนากว่าปกติ และ เราพบว่าร่างกายของสตรีผู้นี้มีระดับเอนไซม์อินซูลินในกระแสเลือดมากกว่า ปกติ

ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเซลล์ของร่างกายตอบสนองต่อการทำงานของ อินซูลินในการใช้น้ำตาลในเซลล์น้อย ทำให้ร่างกายผลิตอินซูลินมากขึ้นมาชดเชย  เมื่อน้ำตาลในเซลล์ถูกใช้น้อย ก็จะถูกเปลี่ยนแปลงเป็นไขมัน  ดังนั้นความอ้วนก็เกิดขึ้นและความอ้วนนี้จะลดยากมาก  เพราะตัวช่วยที่ไม่ให้มีการสร้างไขมันจากน้ำตาล (คือ อินซูลิน) ทำงานได้ไม่ดี


โดย สรุปลักษณะทั่วไปของกลุ่มอาการ PCOS หรือ PCOD ก็คือ ประจำเดือนผิดปกติ  อ้วน และมีขนดก  แต่ทุกคนที่เป็นโรคนี้  อาจมีอาการไม่ครบทั้ง 3 อย่างก็ได้  แต่ตัวยืนคือ รังไข่ทำงานผิดปกติ

แพทย์จะวินิจฉัย PCOS ได้อย่างไร

เนื่อง จากอาการทั้ง  3 อย่างนี้  แต่ละอย่างเกิดจากโรคอื่นๆ ได้  เช่น ความผิดปกติที่ประสาทและสมอง  ความผิดปกติที่ต่อมหมวกไต  ต่อมไธรอยด์  หรือที่ตับอ่อน  เนื้องอกที่รังไข่  เป็นต้น

การ วินิจฉัยจึงต้องดูเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจภายใน  ทำ ultrasound และการตรวจฮอร์โมนเพศ จึงจะให้การวินิจฉัยที่แน่นอน (บางทีแพทย์อาจไม่ตรวจหมดทุกอย่างก็เป็นได้)
PCOS มีอันตรายอย่างไร

จากการติดตามคนที่เป็นโรค PCOS พบว่า  มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่อไปนี้
1. ปัญหามีบุตรยาก  จากรังไข่ทำงานผิดปกติ
2. ปัญหาการตกเลือด  โลหิตจาง  เพราะประจำเดือนมามากและนานเกินไป
3. เป็นมะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม เพราะเยื่อบุมดลูกและเต้านมถูกกระตุ้นด้วยเอสโตรเจนจำนวนมากนานๆ
4. เป็นเบาหวาน (เพราะอินซูลินทำงานได้ไม่ดี)  และโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน  เช่นโรคความดันโลหิตสูง  โรคทางสมอง  ไต  และหัวใจ  เป็นต้น
แนวทางรักษา PCOSเนื่อง จากเรายังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้  ดังนั้นแนวทางการรักษาจึงเป็นการทำเพื่อแก้ปัญหาของผู้ป่วย  วิทยาการตอนนี้เราทราบว่ากลุ่มอาการนี้มีความผิดปกติ  3  อย่างคือ  รังไข่ทำงานผิดปกติ  มีขนขึ้น และระดับอินซูลินสูงเนื่องจากเซลล์ตอบสนองไม่ดี เพื่อป้องกันผลร้ายจากสิ่งดังกล่าว  จึงแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 พวก  คร่าว ๆ คือ 
รายที่ไม่ต้องการมีบุตร
ไม่ ว่าปัจจุบันหรือตลอดไป หลักการรักษาคือ ทำให้มีประจำเดือนเพื่อป้องกันเยื่อบุโพรงมดลูกหนาเกินไป  เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อเลือดออกมากและความเสี่ยงต่อมะเร็งในอนาคต  ด้วยการให้ฮอร์โมนเลียนแบบการมีไข่ตก  ที่สะดวกที่สุดคือการได้รับยาคุมกำเนิด  ซึ่งจะช่วยให้มีประจำเดือนปกติ  และคุมกำเนิดไปในคราวเดียวกัน (คนเป็นโรคนี้อาจมีไข่ตกบ้างบางเวลา)  
ถ้า ไม่ต้องการรับประทานยาคุมกำเนิดก็ให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนรับประทานเป็นรอบ ๆ ไป  ถ้ามีขนดกด้วย  ก็ให้ยาคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนลดการสร้างแอนโดรเจน  ถ้ามีปัญหาเรื่องอ้วนก็ให้ยาที่กระตุ้นการตอบสนองต่ออินซูลิน  เพื่อให้การใช้น้ำตาลในเซลล์ดีขึ้น
ในทางกลับกันถ้าต้องการมีบุตร ก็ต้องกระตุ้นให้มีการตกไข่ หรือการใช้ยากระตุ้นการตอบสนองต่ออินซูลินของร่างกายหรือทั้ง 2 อย่างแล้วแต่กรณี  ถ้ายังไม่ได้ผล (หรือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง) คือ ใช้การผ่าตัดส่องกล้องผ่านช่องท้องโดยใช้ไฟฟ้าไปทำลายเนื้อเยื่อของรังไข่ ส่วนที่สร้างแอนโดรเจนมากเกินไป  ซึ่งช่วยทำให้การตกไข่เองได้  และตั้งครรภ์ 50-60 %
สรุป     PCOS เป็นกลุ่มโรคที่เรายังไม่ทราบสาเหตุแน่นอน  แต่พอจะรักษาเยียวยาได้ตามแต่ปัญหาและความต้องการของผู้ป่วย  หวังว่าการแพทย์คงทราบสาเหตุและการรักษาที่ได้ผลดีขึ้นเรื่อย ๆตามวิทยาการที่ก้าวหน้าขึ้นตลอดเวลา

บทความจาก : ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก วิภาวดี fertility and gyn. endoscopy center


การรักษาครั้งที่ 2

      อุมมีนั่งรถไป ร.พ. ศิริราช กับคุณตา ตั้งแต่เช้า อัลลอฮฺทรงเมตตาเราอีกเช่นเคย ที่คุณตาต้องไปที่ แบงค์ชาติอีกครั้ง อุมมีจึงไม่ต้องนั่ง Taxi ไปคนเดียว เพราะอบีต้องขับรถนักเรียน  ไปถึงก็ประมาณ 7.10 น. เห็นจะได้ เพราะฝนตกแต่เช้า อุมมีเป็นคนขับเอง เพราะกลัวคุณตา สายตาไม่ดี  ถนนลื่นจึงขับได้ไม่เร็วนัก

     ก็เข้ามายื่นบัตรคิวตามปกติ รอนานประมาณ 20 นาที แล้วขึ้นไปรอหมอที่ คลินิคมีบุตรยากอีกเกือบ ชั่วโมง  พอ คุณหมอ อิสรินทร์มาก็ อ่านผลเลือดของทั้งอุมมีและอบี ให้ฟัง อัลฮัมดุลิลลา ทุกอย่างปกติ ไม่มีโรค หรือเป็นพาหะ อะไรที่จะส่งไปถึงลูก  แต่มียังมีปัญหาของทั้ง อุมมี และ อบีที่ไม่สามารถ มีลูกได้เองตามธรรมชาติ คุณหมอแนะนำวิธีเดียวคือ  "เด็กหลอดแก้ว" หรือ "อิ๊กซี่"  (ซึ่งก็ตรงกันกับที่เคยหาหมอที่ ร.พ. เสรีรัตน์)  ซึ่งอุมมีก็คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องใช้วิธีนี้ในการรักษา

     แต่คุณหมอบอกว่า คลินิค จะปิดปรับปรุงเป็นเวลา 4 เดือน ถ้าไม่ีีรีบก็รอไปก่อน แ่ต่ถ้ารีบคุณหมอชวนให้ไปรักษากับหมอที่คลินิคนอกที่คุณหมอทำอยู่  แต่ค่าใช้จ่ายแพงกว่า  "แหมมมม คุณหมอ ที่หนูมาหาที่นี่ก็เพราะรู้มาว่า ค่าใช้จ่าย มันถูก ประมาณ 80,000 บาท แล้วคุณหมอจะมาชวนให้หนูไปหาของแพงได้ไง"  (คิดในใจนะไม่ได้พูด)  ก็เลยบอกหมอไปว่า "รอด้ายยยยยค่ะ" (รอมาตั้ง 6 ปีแล้ว แค่ 4 เดือนสบายมาก)

     แต่ด้วยพระประสงค์ของอัลลอฮฺ และความเมตตาของพระองค์ ทันใดนั้น หมอก็บอกว่า แอ๊ะเดี๋ยวนะ ดูจากประวัติคุณแล้ว คุณน่าจะเป็นโรค PCOS (โรครังไข่ผิดปกตเรื้อรัง)  ซึ่งทาง ร.พ. มีโครงการรักษาและวิจัย ไปด้วย หมออาจจะเอาเข้าโครงการได้ โดยไม่ต้องรอ 4 เดือน ทันใดนั้น อุมมีก็ดีใจมาก ที่ไม่ต้องรอ แต่ต้องตรวจให้แน่นอนด้วยการ Ultrasound  ดู ก็เป็นจริง ๆ และสั่งตรวจเลือด พวกไขมัน และ เบาหวาน ดีนะที่ยังไม่ได้ทานอะไร  วันนี้อัลลอฮฺทรงให้ความสะดวกในการรักษากับเราจริง ๆ ลางานมาแล้วไม่ต้องเสียเวลา รักษาได้ต่อเนื่องเลย  ตรวจเลือดเสร็จเบาหวานไม่มี มีแต่ไขมัน หมอบอกมาจากโรคนี่แหละ การเผาผลาญไขมันไม่ีดี ฉะนั้นอุึมมีไม่ได้อ้วนเพราะกินเก่งน้าาาา แต่อ้วนเพราะเป็นโรคนี้

     หมอสั่งยา ฮอร์โมน ตัวใหม่ให้ทาน 10 วัน เพราะให้ประจำเดือนมา แล้วให้มาหาหมอ เพื่อฉีดยากระตุ้นการตกไข่  ภายในวันที่ 1-3 ของการมีประจำเดือน  ทีนี้ถึงขั้นฉีดยากระตุ้นการตกไข่แล้ว ดีใจมาก การรักษาเป็นไปอย่างสะดวก และเร็วกว่าที่คิด  แต่ยาฉีดจะแพงสักหน่อย  คราวหน้าต้องเตรียมเงินมาประมาณ 10,000 ต้น ๆ

     แต่ค่าใ้ช้จ่ายคราวนี้ ก็ยังอยู่ในเกณฑ์น้อยเหมือนเดิม อัลฮัมดุลิลลา  ค่า Ultrasound + ค่าเจาะเลือด + ค่ายา เป็นเงิน  1,200 บาท หาหมอคราวหน้าเืมื่อประจำเดือนมา ภายใน 3 วัน รีบโทรนัดหมอ ทันที  ตื่นเต้น ตื่นเต้น

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การเริ่มต้นการรักษา

        อุมมีเริ่มตัดสินใจ จะหาหมออย่างจริงจัง  เพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองสบายตัวขึ้น ทั้งเรื่องของสภาพร่างกาย  และความสะดวกในเรื่องเงินทองในการรักษา เลยคุยกับอบีว่า จะเริ่มรักษาอย่างจริงจังแล้ว และหากขาดเหลือ เงินทองอะไร ก็อาจจะยืม คุณตาก่อน เพราะกว่าจะเริ่มหา คุณตาก็น่าจะ Early แล้ว 


        อบีตามใจอุมมีทุกอย่าง หลังจากนั้น เราสองคนก็เลยไปนัดหมอ ที่ รพ.ศิริราช โดยหาข้อมูลมาพอสมควรแล้ว ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย และเรื่องหมอที่จะเข้ารักษา 

       วันที่ 19 กันยายน 2554  อุมมี ก็ได้เข้าพบหมอเป็นครั้งแรก โดยพาอบีไปด้วย เผื่อคุณหมอจะคุยพร้อม ๆ กัน  ไปถึง ร.พ. ประมาณ 9.30 น. เห็นจะได้ ก็ติดต่อนำใบนัดยื่นด้านล่างของตึก สมเด็จพระศรีฯ  หลังจากนั้นไม่นาน ก็ขึื้นไปตรวจที่ชั้น 11 อุมมี เลือกหาคุณหมอ อิสรินทร์  เพราะเป็น พ.ญ. คนเดียวที่รักษาเกี่ยวกับ การมีบุตรยาก  พอเข้าไปเค้าก็เรียก อุมมีคนเดียว ก็สักประวัติสักพัก หมอก็ตกใจที่ว่าทำไม   อุมมีจึงปล่อยให้ประจำเดือนขาดไป เกือบ 1 ปี คุณหมอบอกว่า คุณอาจเป็นโรค (อะไรสักอย่างพูดเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ทันฟัง)  คุณหมอก็ว่า ว่า ว่า ไปเรื่อย ๆ จนหนำใจ ก็เลยสั่งยาฮอร์โมนตัวหนึ่งมาให้อุมมีทาน แล้วก็ให้ไปนัดตรวจอีกครั้งที่ ชั้น 6 "หน่วยมีบุตรยาก" โดยตรง ตึกเดียวกัน

       พอถึงชั้น 6 อุมมีก็ลงไปพร้อมอบี  อัลฮัมดุลิลลา นึกว่าอบีจะมาเสียเที่ยวซะแล้ว พยาบาล ได้สั่งให้อบี ตรวจน้ำเชื้อ  สั่งเจาะเลือด ตรวจดูโรคติดต่อต่าง ๆ เลยทั้ง อบีและอุมมี  เราไม่ต้องมาเสียเที่ยว อัลลอฮฺทรงอำนวยความสะดวกให้เราจริง ๆ  แต่ผลเลือดและผลการตรวจต่าง ๆ วันนี้ ยังไม่ทราบผลในวันเดียว  หลังเจาะเลือด ตรวจอะไรต่าง ๆ ของทั้งอุมมีและอบี  พยาบาลก็ออกใบนัด ให้อุมมี มา 2 ใบ วันแรกนัดมาเจาะเลือด  (ภายใน 1-3 วันของวันที่เริ่มมีประจำเดือน) เพื่อจะนับวันตกไข่ โอ้วววว เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเค้านับกันแบบนี้ได้ด้วย  และวันนัดอีกวันคือวันพบคุณหมออีกครั้ง  คือวันที่  10  ตุลาคม 54 เวลา  7 โมง เช้า  โอ้ววววว อุมมีจะมาทันมั้ยเนี่ย อบีต้องขับรถนักเรียนก่อน ถึงจะตามมาได้ แต่ไม่เป็นไรเพื่อลูก อุมมียอมมม  พยาบาลให้เริ่มทานยาวันที่ 20 ไปจน 14 วันวันละ 2 เม็ด เช้่า-เย็น

       เสร็จเรียบร้อยก็มาจ่ายสตางค์รอรับยา  ไม่น่าเชื่อ อัลลอฮฺทรงเมตตา จริง ๆ ค่าใช้จ่ายถูกมากกกกเมื่อเทียบกับ ร.พ. เอกชน (ที่เคยหา) ราวฟ้ากับเหวเลย ค่าใช้จ่ายในการตรวจ ภายใน + มะเร็งปผากมดลูก + ตรวจเลือดหาโรคที่มีการติดเชื้อต่อลูก 2 คน + ตรวจน้ำเชื้อ + ยา ทั้งหมดเพียง 2,400 บาท อัลฮัมดุลลิลา อัลลอฮฺ ทรงโปรด